<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ออกแบบเว็บไซต์มืออาชีพพร้อมโฮสติ้งระดับคุณภาพแถมDomain name ฟรีเมื่อใช้บริการกับเรา</title>
	<atom:link href="http://www.webicreate.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.webicreate.com</link>
	<description>ออกแบบเว็บไซต์,จดโดเมน,โฮสติ้ง,Webdesign,Web hosting,Domain name</description>
	<lastBuildDate>Thu, 08 Apr 2010 14:38:48 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.3</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>2 วิธีคิดการสร้างแบรนด์</title>
		<link>http://www.webicreate.com/business/2-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://www.webicreate.com/business/2-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 08 Apr 2010 14:31:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[business]]></category>
		<category><![CDATA[brand audit]]></category>
		<category><![CDATA[brand strategy]]></category>
		<category><![CDATA[internal branding]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์แบรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[ิิbrand]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.webicreate.com/?p=90</guid>
		<description><![CDATA[- กะเทาะเนื้อในของการบริหารจัดการแบรนด์ว่าด้วยศาสตร์แห่งกลยุทธ์
- 2 วิถีสู่การสร้างประสบการณ์ผู้บริโภค เสิร์ฟร้อนๆ ให้อุ่นไปถึงหัวใจ
- &#8220;กลยุทธ์แบรนด์ – การแปลงไปสู่แผนปฏิบัติ&#8221; เรื่องไม่ยากแต่ก็ทำไม่ง่าย
- หลากเคล็ดลับของการบริหารแบรนด์ เรื่องที่ต้องรู้และสังเคราะห์ให้ได้ ในยุคที่โฆษณากำลังบดบังวิสัยทัศน์การสร้างแบรนด์
ยุคแบรนด์เป็นใหญ่ แต่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการแบรนด์ของคนหมู่มาก ที่ยังมีความรู้ความเข้าใจแบบรุ่นเล็ก หลายมุมของการอรรถาธิบายและถ่ายทอดผ่านเวทีต่างๆ จึงยังคงมีให้เห็นเป็นระยะๆ คำให้การของที่ปรึกษากลยุทธ์การสร้างแบรนด์สำหรับตลาดเมืองไทยฉบับนี้ เป็นภาคต่อและตอนจบจากฉบับที่แล้ว ที่นำเสนอในเรื่องของ &#8220;ดาวรุ่งพุ่งแรง แบรนด์เอเชีย&#8221; จากคำบอกเล่าของ &#8220;ดร.พอล เทมโพรัล&#8221; ที่ปรึกษาทางด้านการบริหารแบรนด์ในหลายประเทศเอเชีย
อรอุมา ประยูรรัตนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท Temporal Brand Consulting (Thailand) จำกัด อธิบายถึง 2 วิธีคิดในการสร้างแบรนด์กับ &#8220;ผู้จัดการรายสัปดาห์&#8221; ว่าเครื่องมือในการสร้างแบรนด์ในบริบทของ Temporal จะมองถึง 2 องค์ประกอบหลักคือ 1. กลยุทธ์ (ศึกษาวิจัยแบรนด์ ทำความเข้าใจว่าแบรนดิ้งคืออะไร และกำหนดกลยุทธ์) 2. การนำไปสู่การปฏิบัติ (ฝึกอบรมการปลูกฝังแบรนด์เพื่อการทำงานจริง สื่อสารกลยุทธ์แบรนด์ และการบริหารจัดการ)
brand strategy วิจัยภาพใหญ่ของแบรนด์
ขั้นตอนแรกของแบรนด์กลยุทธ์ [...]


No related posts.

Related posts brought to you by <a href='http://mitcho.com/code/yarpp/'>Yet Another Related Posts Plugin</a>.]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-93" title="top_tech_brand21" src="http://www.webicreate.com/wp-content/uploads/2010/04/top_tech_brand21.jpg" alt="top_tech_brand21" width="261" height="202" /></p>
<p>- กะเทาะเนื้อในของการบริหารจัดการแบรนด์ว่าด้วยศาสตร์แห่งกลยุทธ์<br />
- 2 วิถีสู่การสร้างประสบการณ์ผู้บริโภค เสิร์ฟร้อนๆ ให้อุ่นไปถึงหัวใจ<br />
- &#8220;กลยุทธ์แบรนด์ – การแปลงไปสู่แผนปฏิบัติ&#8221; เรื่องไม่ยากแต่ก็ทำไม่ง่าย<br />
- หลากเคล็ดลับของการบริหารแบรนด์ เรื่องที่ต้องรู้และสังเคราะห์ให้ได้ ในยุคที่โฆษณากำลังบดบังวิสัยทัศน์การสร้างแบรนด์<br />
ยุคแบรนด์เป็นใหญ่ แต่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการแบรนด์ของคนหมู่มาก ที่ยังมีความรู้ความเข้าใจแบบรุ่นเล็ก หลายมุมของการอรรถาธิบายและถ่ายทอดผ่านเวทีต่างๆ จึงยังคงมีให้เห็นเป็นระยะๆ คำให้การของที่ปรึกษากลยุทธ์การสร้างแบรนด์สำหรับตลาดเมืองไทยฉบับนี้ เป็นภาคต่อและตอนจบจากฉบับที่แล้ว ที่นำเสนอในเรื่องของ &#8220;ดาวรุ่งพุ่งแรง แบรนด์เอเชีย&#8221; จากคำบอกเล่าของ &#8220;ดร.พอล เทมโพรัล&#8221; ที่ปรึกษาทางด้านการบริหารแบรนด์ในหลายประเทศเอเชีย<span id="more-90"></span><br />
อรอุมา ประยูรรัตนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท Temporal Brand Consulting (Thailand) จำกัด อธิบายถึง 2 วิธีคิดในการสร้างแบรนด์กับ &#8220;ผู้จัดการรายสัปดาห์&#8221; ว่าเครื่องมือในการสร้างแบรนด์ในบริบทของ Temporal จะมองถึง 2 องค์ประกอบหลักคือ 1. กลยุทธ์ (ศึกษาวิจัยแบรนด์ ทำความเข้าใจว่าแบรนดิ้งคืออะไร และกำหนดกลยุทธ์) 2. การนำไปสู่การปฏิบัติ (ฝึกอบรมการปลูกฝังแบรนด์เพื่อการทำงานจริง สื่อสารกลยุทธ์แบรนด์ และการบริหารจัดการ)<br />
brand strategy วิจัยภาพใหญ่ของแบรนด์<br />
ขั้นตอนแรกของแบรนด์กลยุทธ์ เริ่มต้นจากการเข้าใจผู้บริโภคก่อน เรียกว่า brand audit เป็นการศึกษางานวิจัยแบรนด์ที่มีอยู่แล้ว หรือทำเพิ่มเติม ตลอดจนสอบถามจากผู้ถือหุ้นทั้งหมดทั้งภายในและภายนอกบริษัท บุคคลที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ถือเป็นการมองภาพใหญ่ทั้งหมดไม่ได้มองเพียงผู้บริโภคด้านเดียว แต่มองหน่วยงานที่ควบคุมดูแลของภาครัฐว่าเป็นใคร? มีบทบาทกับองค์กร กับแบรนด์อย่างไร? มากน้อยแค่ไหน? &#8220;การสร้างแบรนด์เป็นภาพใหญ่ที่ทำกับทุกคน ที่สามารถสัมผัสแบรนด์ได้ เป็นเหตุผลเดียวที่ต้องสัมภาษณ์มุมกว้างกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง&#8221;<br />
เธอบอกว่าเนื้อหาของ brand audit เป็นการสัมภาษณ์ถึงสิ่งที่เป็นอยู่ และสิ่งที่อยากให้แบรนด์เป็น มองเข้าไปให้ลึกถึงกลุ่มเป้าหมายที่ธุรกิจทำงานเกี่ยวข้องด้วย ไม่ใช่แค่การโฆษณา แต่ทำอย่างไร? ให้สามารถเข้าไปนั่งในใจผู้บริโภคได้ทั้งหมด<br />
ขั้นตอนต่อมาคือ ทำความเข้าใจกับทีมผู้บริหารว่าแบรนดิ้งคืออะไร? ถือเป็นเรื่องของความคาดหวัง เพราะคำว่าแบรนดิ้งมีความเข้าใจหลากหลาย ในขณะที่โฆษณาประชาสัมพันธ์เป็นสิ่งที่จับต้องได้ แบรนดิ้งกลับเป็นเรื่องที่จับต้องไม่ได้ และคนส่วนมากไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไร?<br />
แบรนด์เป็นการทำให้ทุกอย่างเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภค ถือเป็นประสบการณ์ในใจผู้บริโภคที่มีอยู่ ไม่ใช่แค่เห็นโฆษณาแล้วบอกว่าชอบหรือไม่ชอบ แต่เกิดจากการที่ใช้สินค้าแล้วพอใจ ใช้บริการบางอย่างแล้วไม่พอใจ ฉะนั้นทุกอย่างจึงประกอบรวมกันหมด เป็น consumer experience หรือประสบการณ์ทั้งหมดจริงๆ ที่ผู้บริโภคได้รับในแบรนด์ ไม่ใช่การสื่อสารเพียงถ่ายเดียว &#8220;ตรงนี้สำคัญ สินค้าและบริการถูกคู่แข่งก๊อปปี้ได้ตลอดเวลา เทคโนโลยีสมัยใหม่ยุคโลกาภิวัตน์ เธอมีได้ฉันก็มีได้ มือถือถ่ายรูปได้ไม่เกิน 3 เดือนคู่แข่งก็มีได้เหมือนกัน สินค้าถูกลอกเลียนแบบได้ แต่แบรนด์อิมเมจลอกไม่ได้ ผู้บริหารต้องเข้าใจส่วนหนึ่งว่าการสร้างแบรนด์ความหมายคืออะไร? และมีอะไรเกี่ยวข้องในการสร้างแบรนด์บ้าง?&#8221;<br />
ขั้นตอนถัดมาคือการกำหนดกลยุทธ์ร่วมกัน ระหว่างความชำนาญของงานที่ปรึกษากับความชำนาญของลูกค้า มาช่วยกันเขียนกลยุทธ์ของธุรกิจของแบรนด์ กำหนดลงไปอย่างเด่นชัดว่าวิสัยทัศน์คืออะไร? บุคลิกภาพคืออะไร? ตำแหน่งทางการตลาดคืออะไร? ถือเป็นขั้นตอนของเวิร์กชอปซึ่งกินเวลา 2 วัน<br />
เธอยืนยันว่าหนังโฆษณาสร้างภาพลักษณ์ที่เห็นทั่วไป เป็นขั้นตอนของ creative strategy ที่มาจากบริษัทโฆษณา แต่ไม่ใช่ brand strategy ที่มาจากบริษัทวางกลยุทธ์ เพราะ creative strategy เป็นเรื่องที่จับต้องได้ แต่ brand strategy จับต้องไม่ได้ ซึ่งทางทฤษฎี brand strategy จะต้องเกิดก่อน creative strategy brand implementation แปลงกลยุทธ์สู่การปฏิบัติ<br />
การนำกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติ มี 3 ส่วนสำคัญทำให้แบรนด์เป็นรูปธรรมมากขึ้น ได้แก่ 1. สร้างความเข้าใจกับคนในองค์กรก่อนว่าแบรนด์คืออะไร? และแบรนด์ยืนอยู่เพื่ออะไร? เรียกว่า internal branding คือพนักงานทุกคนต้องเข้าใจมากพอที่จะเป็นตัวแทนของแบรนด์ได้ ไปที่ไหนไม่ว่าแบรนด์อยู่เพื่ออะไร? พนักงานก็ต้องยืนอยู่เพื่อสิ่งนั้นด้วยเช่นกัน สามารถพูดจาบอกต่อและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภคแบบเดียวกับที่แบรนด์สร้างประสบการณ์นั้นให้กับผู้บริโภคได้  &#8220;คนในองค์กรต้องมีความเข้าใจ ภาพนี้ในกลุ่มบริษัทที่เป็นธุรกิจบริการ อาจจะเห็นชัดกว่าธุรกิจจำหน่ายสินค้า เพราะงานบริการต้องเจอผู้บริโภคทุกวัน ทำอย่างไร? ให้พนักงานสามารถเป็นตัวแทนของแบรนด์ได้ชัดเจน ตอบคำถามได้ถูกต้อง ให้บริการได้ตรงตามวิสัยทัศน์ เข้าใจความเป็นแบรนด์ว่าไม่ได้ขายสินค้าอย่างเดียว สามารถเอามาใช้ในการทำงานในชีวิตประจำวันหรือเรียกว่าเป็น live the brand คือเอาความเป็นตัวตนขององค์กรไปปฏิบัติงานได้&#8221;<br />
ความเป็นแบรนดิ้งมาแตะที่การพัฒนาคนในองค์กร เพื่อให้ส่งมอบภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์และบริษัท แต่ละแผนกจึงต้องทำ action plan มองว่า จะเอากลยุทธ์การสร้างแบรนด์ไปทำได้อย่างไร?<br />
&#8220;ถ้าเราอยากเป็นองค์กรที่เป็นมิตรผู้คนเข้าถึงง่าย ดูแลลูกค้าได้ดี แต่พอลูกค้ามาติดต่อต้องกรอกข้อมูล 3 หน้าไม่มีวันจบก็ไม่เป็นมิตรแล้ว ถึงต้องไปทำแผนปฏิบัติว่าทำอย่างไร? ลูกค้าถึงจะใช้เวลาน้อยที่สุดในการกรอกเอกสารหรือติดต่อบริษัทได้สะดวกขึ้น&#8221;<br />
อรอุมาเล่าว่า ประเด็นของการสร้างแบรนด์คือ ทุกๆ สิ่งที่บริษัททำต้องบอกความเป็นองค์กรได้หมด แม้แต่รูปแบบสำนักงานก็ต้องหาง่าย มีที่นั่งรับรอง สะดวกสบาย สามารถสอบถามข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ตและได้รับการตอบรับทันทีไม่ใช่ทิ้งไว้ 2 อาทิตย์แล้วค่อยตอบ &#8220;ทุก touch point ที่ลูกค้าสัมผัสกับองค์กรเราได้ต้องมีแผนว่าจะทำอย่างไร? ลูกค้าถึงจะมีประสบการณ์ที่ดี จึงต้องทำ internal train branding และถึงขั้นต้องให้รางวัลจูงใจ เพราะไม่งั้นพนักงานก็ไม่รู้ว่าทำไปทำไม ทำแล้ววัดผลไม่ได้ ทำแล้วจะได้อะไร? แง่พนักงานจะไม่ได้รับผลเหมือนผู้บริโภค ก็ไม่รู้จะทำๆ ไม ทำแล้วเงินเดือนได้เท่าเดิม จึงต้องเอาแนวคิดเหล่านี้ไปผูกกับเครื่องมือการจัดการอย่าง BSC : Balanced Scorecard หรือ PM : Performance Management เอาไปวัดผลปฏิบัติงานปลายปี ทำให้การบริหารแบรนด์เป็นรูปธรรมมากขึ้น&#8221;<br />
Brand communications strategy กลยุทธ์การสื่อสารแบรนด์<br />
หลังจากคนในองค์กรเข้าใจแล้ว ขั้นตอนที่ 2 ของการแปลงกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติคือการสื่อสารไปภายนอกหรือexternal communication เรียกว่า การทำกลยุทธ์การสื่อสาร ถือเป็นงานที่ใกล้เคียงกับการโฆษณาประชาสัมพันธ์ แต่แนวคิดหลักคือ จะสื่อความเป็นแบรนด์ให้ทุกคนภายนอกรับรู้ได้อย่างไร? โดยใช้กลยุทธ์สื่อถึงแต่ละกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน ข้อความที่จะสื่อจึงไม่เหมือนกัน ต้องตีออกมาเป็นโจทย์ว่าผู้ถือหุ้นคิดอย่างไร? ผู้เกี่ยวข้องคิดอย่างไร?<br />
ตัวอย่างของการทำแบบทดสอบ เพื่อให้รับรู้ว่าแต่ละกลุ่มเป้าหมายมีภาพลักษณ์อย่างไร? กับแบรนด์ กับกลุ่มเป้าหมายบางกลุ่มต้องแก้ภาพลักษณ์ เพราะที่ผ่านมาแบรนด์อาจจะดูติดลบ โดยใช้รูปแบบการสื่อสารเฉพาะกลุ่ม ไม่จำเป็นต้องส่งผ่านทาง mass media เสมอไป แต่ให้ใช้ key message ส่งไปให้ถึงกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มเหล่านั้นให้ได้ &#8220;communications strategy เป็นการเจาะเฉพาะกลุ่ม ทุกคนที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ทุกคนที่สามารถมีประสบการณ์สัมผัสกับแบรนด์นั้นได้ ต้องวางแผนให้ชัดว่าเราจะพูดกับเขาว่าอย่างไร? ไม่ใช่แค่กลุ่มใหญ่ซึ่งเป็นผู้บริโภค แต่เป็นการมองทุกกลุ่มที่สัมผัสกับแบรนด์ได้&#8221;<br />
brand management การบริหารจัดการแบรนด์<br />
ประเด็นของการบริหารจัดการแบรนด์ จากประสบการณ์ในงานที่ปรึกษา อรอุมาเปิดใจว่า ฟังดูเหมือนผู้บริหารหลายคนเข้าใจแบรนด์ แต่หลายคนก็ยังไม่เข้าใจว่าทุกเรื่องที่ผู้บริโภคสัมผัสได้จำเป็นต้องบริหารจัดการทั้งหมด เช่น ลูกค้าตั้งคำถามผ่านทางอินเตอร์เน็ต บริษัทต้องตอบได้ทันที บรรจุภัณฑ์ใช้งานง่ายพร้อมเปิดแค่ไหน? หน้าที่ที่ปรึกษาต้องช่วยชี้แนะว่ามีเรื่องอะไรบ้าง? ที่ต้องกำกับดูแลให้ไปทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่แค่งานโฆษณาสื่อสารออกไปอย่างเดียว แต่เป็นการมองว่าควรจะพิจารณาอะไรบ้าง? และดำเนินการในขั้นตอนอย่างไร? ถึงจะทำให้กลยุทธ์แบรนด์เป็นรูปธรรมมากขึ้น<br />
ตัวอย่างของการบริหารแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จคือ สิงเทลของสิงคโปร์ ซึ่งสามารถเปลี่ยนแนวคิดจากราชการมาเป็นเอกชน เริ่มใส่ใจลูกค้ามากขึ้นไม่ใช่ระบบผูกขาดอีกต่อไป ทุกวันนี้สิงเทลกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ 1 ใน 5 ของสิงคโปร์ บริษัทผ่านกระบวนการวิเคราะห์ว่ามีจุดดีจุดแข็งอย่างไร? ผู้บริโภคคิดกับสิงเทลอย่างไร? มีภาพลักษณ์จุดไหนที่ควรเปลี่ยนเพราะดูติดลบ อันไหนที่ควรสร้างให้ชัดขึ้นไปอีก และคนในองค์กรจะต้องปรับตัวตามอย่างไร?<br />
เมื่อหันกลับมามองเมืองไทย ในแง่การพัฒนาคุณภาพสินค้าเราไม่เป็นรองใคร ระบบโครงสร้างพื้นฐานไทยเราดีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าระบบการสร้างแบรนด์ยังไม่เป็นที่รู้จัก เมืองไทยถือว่ามีโอกาสดี เพราะมีสินค้าคุณภาพระดับโลก เพียงแต่ผู้ผลิตต้องทำใจให้ได้ก่อนว่าจะสร้างแบรนด์แล้วจำเป็นต้องควักเงินในกระเป๋าลงทุน &#8220;บางคนชอบรับจ้างผลิตดีกว่า ทำไมผู้ประกอบการหลายรายคิดแบบนั้น เพราะสร้างแบรนด์กว่าจะคิดชื่อทำโฆษณาไม่เห็นคุ้มเลย ต้องเปลี่ยนแนวคิดว่ามาสร้างแบรนด์กันเถอะ เพราะวันหนึ่งพอเขตการค้าเสรีเบ่งบาน เจ้าของแบรนด์ดังมีสิทธิ์จะเลือกใครผลิตให้ก็ได้ทั้งจีน อินเดียซึ่งมีค่าแรงถูกกว่าไทย&#8221;<br />
คำถามท็อปฮิตของคนคิดสร้างแบรนด์ ทำแล้วได้อะไร? เธอบอกว่า บ้านเราพอพูดถึงมูลค่าจากสินทรัพย์ มักจะเป็นที่ดิน เป็นโรงงานซึ่งจับต้องได้ พอพูดถึงแบรนด์ยังจับต้องไม่ได้ แต่ทุกวันนี้แบรนด์วัดเป็นตัวเงินได้แล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้รับการยอมรับเวลาเอาไปกู้แบงก์ แบรนด์ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการ ตัวอย่างนี้เห็นได้ชัดเจนจากความยิ่งใหญ่ของไนกี้ ซึ่งมีมูลค่าสินทรัพย์น้อยมาก แต่แบรนด์ไนกี้กลับมีมูลค่ามโหฬารมากกว่ามูลค่าของสำนักงานใหญ่<br />
&#8220;เราต้องเริ่มสร้างแบรนด์จากการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า ที่สุดแล้วจะเพิ่มมูลค่าให้กับองค์กร เมืองนอกมีบริษัทที่ประเมินค่าของแบรนด์เป็นตัวเงินได้ มีประโยชน์อย่างไร? มีประโยชน์มากเวลาจะควบรวมซื้อกิจการ จะรู้ว่าบริษัทมีมูลค่าเท่าไหร่? เวลาเรียกเก็บแฟรนไชส์ก็รู้ว่าจะเรียกเก็บค่าแฟรนไชส์ฟีเท่าไหร่? เพราะรู้ว่ามูลค่าของแบรนด์มีเท่าไหร่? หรืออย่างบริษัทเชลล์ที่อังกฤษรู้ว่าจะเอาเงินไปลงทุนในแบรนด์ไหนทั่วโลก จากการวัดมูลค่าของแบรนด์ทั่วโลกว่าแบรนด์ไหนที่ไหนมีศักยภาพดีกว่ากัน ยุคนี้เราสามารถวัดมูลค่าของแบรนด์เป็นตัวเงินได้ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับมูลค่าสินทรัพย์ของบริษัท<br />
การวัดบางส่วนดูจากงบดุลการเงิน บางส่วนดูจากผลการวิจัยของผู้บริโภคว่าแบรนด์เข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคมากน้อยแค่ไหน? ไม่ใช่แค่ brand awareness แต่เป็น brand loyalty ว่าผู้คนรับรู้และมีประสบการณ์ที่ดีอย่างไร? และรู้สึกภักดีกับแบรนด์มากน้อยแค่ไหน? เป็นขั้นตอนเอาการตลาดกับการเงินมาประกอบกัน&#8221;โฆษณายังเป็นเรื่องใหญ่ มากกว่าลงมือสร้างแบรนด์หลายกรณีศึกษาของการสร้างแบรนด์เมืองไทย อรอุมาวิเคราะห์ว่า บางแบรนด์เน้นการทุ่มเงินผ่านทางโฆษณามากๆ ซึ่งในความเป็นจริงการโฆษณาแล้วทำให้คนรู้สึกดีกับแบรนด์ เป็นเพียงเปลี่ยนการรับรู้ แต่ไม่ได้เปลี่ยนทัศนคติ ซึ่งต้องมาจากการมีประสบการณ์กับแบรนด์ว่า หลังจากรู้จักแล้ว ไปสัมผัสแล้ว ไปบริโภคแล้ว ผู้บริโภครู้สึกดี แต่หลายแบรนด์ก็ยังยินดีที่จะใช้เงินให้หมดไปกับการโฆษณา หวังจะเปลี่ยนจากการรับรู้ในตัวสินค้า มาเป็นการเสริมสร้างทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับสินค้า&#8221;ความสำเร็จของการสร้างแบรนด์ มาจากการเสมอต้นเสมอปลายในการบริหารจัดการ แบรนด์ก็เหมือนคน มีบุคลิกแบบไหน? มีความเชื่อมั่น ความไว้ใจ ความเข้าถึง หลายกรณีพอเปลี่ยนผู้บริหาร ก็ต้องมาเริ่มต้นใหม่หมด หลายคนสร้างแบรนด์ทำให้รู้จัก เป็นเพื่อนกัน แต่ไปไม่ถึงการสร้างความภักดีและผูกพัน แล้วก็วนกลับมาสร้างแบรนด์ให้รู้จัก และเริ่มเป็นเพื่อนกันใหม่อีก&#8221;<br />
ฉะนั้นสร้างแบรนด์ให้รู้จัก เริ่มเป็นเพื่อน แต่ไม่เคยผูกพัน ก็เปรียบเหมือนคนชอบมีกิ๊ก ใช้ลูกเล่นกุ๊กกิ๊กไปเรื่อย ไม่เคยพันผูก engagement กว่าจะได้ตกร่องปล่องชิ้นเป็นเรื่องเป็นราว ก็ทำเอาแบรนด์หืดขึ้นคอ หรือไม่ก็กลายเป็นแบรนด์เหนียงยานไปซะฉิบ &#8230;</p>
<p>ที่มา: gotomanager.com</p>
<script type="text/javascript" class="owbutton" src="http://onlywire.com/button" title="2 วิธีคิดการสร้างแบรนด์" url="http://www.webicreate.com/business/2-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c/"></script>

<p>No related posts.</p>
<p>Related posts brought to you by <a href='http://mitcho.com/code/yarpp/'>Yet Another Related Posts Plugin</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.webicreate.com/business/2-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีการเลือกจดชื่อโดเมน</title>
		<link>http://www.webicreate.com/business/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%addomain-name/</link>
		<comments>http://www.webicreate.com/business/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%addomain-name/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Mar 2010 16:28:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[business]]></category>
		<category><![CDATA[Domain name]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีเลือกชื่อจดโดเมนเนม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.webicreate.com/?p=68</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้จะขอนำบทความที่แนะนำเกี่ยวกับการจดโดเมนเพื่อให้ส่งผลในเรื่อง SEO (Search Engine Optimization) ซึ่งจะทำให้เว็บไซต์ของท่านสามารถค้นหาได้ง่ายหรือติดในอันดับต้น ๆ ในเสิร์ชเอนจิ้นนั่นเอง มาดูในแต่ละวิธีกันครับ
1. จดโดเมนเนมในชื่อบริษัท
แบบแรกนั้นหากชื่อบริษัท เป็นชื่อที่มีคำที่เป็นสากลหรือเป็นคำที่มีการค้นหาบ่อย ๆ แบบนี้จะมีผลดีต่อ SEO ค่อนข้างดีครับ เช่น accountservice.com , bakeryshopping.com เป็นต้น อันนี้ยกตัวอย่างเฉย ๆ นะครับ เพราะแน่นอนว่าชื่อดี ๆ ก็มันจะถูกจดไปเกือบหมดแล้ว แต่เราก็ต้องพยายมคิดหาคำดี ๆ กันต่อไป สำหรับนามสกุลนั้นผมแนะนำว่าควรจะเป็น .com ครับ ยกเว้นหาไม่ได้จริง ๆ ก็สามารถใช้ .co.th ได้ แต่จะมีขั้นตอนที่ยุ่งยากกว่า และชื่อที่ใช้ก็จะต้องเป็นชื่อเดียวกับบริษัทด้วยถึงจะจดทะเบียนได้  ส่วนใครที่มีชื่อโดเมน .co.th อยู่แล้ว จะจดเพิ่มเป็น .com เอาไว้ก็ไม่ผิดกติกา เพียงแต่ว่าควรเลือกใช้ชื่อที่ค่อนข้างสากล และมีการค้นหาบ่อย ๆ สักหน่อย
2. จดโดเมนในชื่อตัวเอง
แบบนี้เรียกว่าทำเพื่อสนองความต้องการของตัวเองเป็นหลักครับ ซึ่งเป็นการใช้ชื่อของเรานี่แหละมาใช้เป็นโดเมน หรืออาจจะเป็นชื่อลูก ชื่อแฟน ซึ่งมีข้อดีตรงที่สามารถจดจำได้ง่ายในกลุ่มเพื่อน ๆ [...]


No related posts.

Related posts brought to you by <a href='http://mitcho.com/code/yarpp/'>Yet Another Related Posts Plugin</a>.]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-76" title="domain" src="http://www.webicreate.com/wp-content/uploads/2010/03/domain.jpg" alt="domain" width="217" height="162" />วันนี้จะขอนำบทความที่แนะนำเกี่ยวกับการจดโดเมนเพื่อให้ส่งผลในเรื่อง SEO (Search Engine Optimization) ซึ่งจะทำให้เว็บไซต์ของท่านสามารถค้นหาได้ง่ายหรือติดในอันดับต้น ๆ ในเสิร์ชเอนจิ้นนั่นเอง มาดูในแต่ละวิธีกันครับ</p>
<p>1. จดโดเมนเนมในชื่อบริษัท</p>
<p>แบบแรกนั้นหากชื่อบริษัท เป็นชื่อที่มีคำที่เป็นสากลหรือเป็นคำที่มีการค้นหาบ่อย ๆ แบบนี้จะมีผลดีต่อ SEO ค่อนข้างดีครับ เช่น accountservice.com , bakeryshopping.com เป็นต้น อันนี้ยกตัวอย่างเฉย ๆ นะครับ เพราะแน่นอนว่าชื่อดี ๆ ก็มันจะถูกจดไปเกือบหมดแล้ว แต่เราก็ต้องพยายมคิดหาคำดี ๆ กันต่อไป สำหรับนามสกุลนั้นผมแนะนำว่าควรจะเป็น .com ครับ ยกเว้นหาไม่ได้จริง ๆ ก็สามารถใช้ .co.th ได้ แต่จะมีขั้นตอนที่ยุ่งยากกว่า และชื่อที่ใช้ก็จะต้องเป็นชื่อเดียวกับบริษัทด้วยถึงจะจดทะเบียนได้  ส่วนใครที่มีชื่อโดเมน .co.th อยู่แล้ว จะจดเพิ่มเป็น .com เอาไว้ก็ไม่ผิดกติกา เพียงแต่ว่าควรเลือกใช้ชื่อที่ค่อนข้างสากล และมีการค้นหาบ่อย ๆ สักหน่อย<span id="more-68"></span></p>
<p>2. จดโดเมนในชื่อตัวเอง</p>
<p>แบบนี้เรียกว่าทำเพื่อสนองความต้องการของตัวเองเป็นหลักครับ ซึ่งเป็นการใช้ชื่อของเรานี่แหละมาใช้เป็นโดเมน หรืออาจจะเป็นชื่อลูก ชื่อแฟน ซึ่งมีข้อดีตรงที่สามารถจดจำได้ง่ายในกลุ่มเพื่อน ๆ และครอบครัว  แต่ปัญหาอยู่ที่การทำ SEO จะค่อนข้างยากกว่าชื่อที่มี Keyword ผสมอยู่ ชื่อโดเมนแบบนี้ก็เช่น sarun.com, papimol.com เป็นต้น  ใครอยากได้อีเมล์แบบส่วนตัว เช่น  webmaster@sarun.com  หรือจะจดโดเมนด้วยนามสกุลก็ได้เพื่อจะได้มีอีเมล์เป็นชื่อและนามสกุลของตัวเอง เช่น sarun@pruksakit.com ยิ่งอนาคตใครคิดว่าจะผันตัวเองไปในวงการบันเทิงหรือสื่อมวลชน และต้องการโปรโมตความเป็นตัวตนของเรา รีบจดเอาไว้เลย ก่อนชื่อดี ๆ จะหมดไป</p>
<p>3. จดโดเมนเพื่อขายของออนไลน์</p>
<p>สำหรับใครที่อยากขายของออนไลน์ หรือธุรกิจทั่วไป ก็สามารถจดชื่อดดเมนเนมให้สอดคล้องกับสิ่งที่ทำอยู่ก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น comtodaymag.com เป็นเว็บไซต์ของนิตยสารคอมพิวเตอร์ทูเดย์ ซึ่งการจดลักษณะนี้ต้องคำนึงถึงเรื่องของ keyword เอาไว้ให้มาก ๆ เพราะถ้ามี Keyword ที่ดี ปรับแต่งหน้าเว็บถูกหลัก SEO ก็มีโอกาสที่จะมีคนเข้ามาซื้อขายผ่านการค้นหาจาก Google,Yahoo และ Bing ได้ง่ายยิ่งขึ้น</p>
<p>รูปแบบการตั้งชื่อโดเมนเพิ่มเติม</p>
<ul>
<li>ควรมี Keyword ผสมลงไปด้วย</li>
<li>ควรจะใช้คำที่อ่านแล้วเข้าใจได้ง่าย ไม่ยาวจนเกินไป</li>
<li>หลีกเลี่ยงการใช้ภาษาคาราโอเกะ แม้จะจำได้ง่าย แต่มักจะสะกดยาก ทำให้คนเข้าเว็บผิดเป็นประจำ</li>
<li>ไม่ควรใช้เครื่องหมายขีดกลาง (-) ระหว่างคำ ยกเว้น จำเป็นจริง ๆ</li>
<li>หากเป็นไปได้ ควรจะใช้ชื่อโดเมน .com เป็นอันดับต้น ๆ และไม่จำเป็นต้องจดหลายนามสกุล</li>
<li>หลีกเลี่ยงการใช้ชื่อแฟน ชื่อลูก มาตั้งเป็นชื่อโดเมน โดยเฉพาะคนที่ต้องการทำเว็บไซต์ขายสินค้า</li>
</ul>
<p>ขอบคุณบทความจาก : คอมพิวเตอร์ทูเดย์</p>
<script type="text/javascript" class="owbutton" src="http://onlywire.com/button" title="วิธีการเลือกจดชื่อโดเมน" url="http://www.webicreate.com/business/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%addomain-name/"></script>

<p>No related posts.</p>
<p>Related posts brought to you by <a href='http://mitcho.com/code/yarpp/'>Yet Another Related Posts Plugin</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.webicreate.com/business/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%addomain-name/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หาธุรกิจที่เราพอทำได้</title>
		<link>http://www.webicreate.com/business/%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://www.webicreate.com/business/%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 20 Feb 2010 15:38:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[business]]></category>
		<category><![CDATA[หาธุรกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.webicreate.com/?p=61</guid>
		<description><![CDATA[ธุรกิจมากมายที่ประสบความสำเร็จ ส่วนใหญ่ก็ค่อย ๆ เริ่มต้นจากเล็ก ๆ น้อย ๆก่อน ทำอะไรที่เราชอบและมีความชำนาญ ค่อยๆ เริ่มต้นทีละนิด จะได้ควบคุมได้ง่าย หากมีอะไรผิดพลาดขึ้นมาก็จะพอแก้ไขปรับเปลี่้ยนได้ทัน
ยกตัวอย่างเช่น บางคนอาจจะเก่งในการซ่อมคอมพิวเตอร์ ตอนแรก ๆ ก็ซ่อมให้กับเพื่อน ๆ ที่รู้จักกัน แต่พอคนเริ่มรู้เยอะว่าเราเก่งในการซ่อมคอมพิวเตอร์ ก็อาจจะมีคนมาให้ช่วยเยอะขึ้น ๆ เริ่มรู้จักคนเยอะขึ้น เพราะใคร ๆ ก็มีคอมพิวเตอร์กันหมดแล้ว ก็ทำให้เกิดช่องทางในการทำธุรกิจได้ อาจจะไปรับซ่อมคอมพิวเตอร์หรือซ่อมโน๊ตบุ๊คในหมู่บ้าน ในมหาวิทยาลัย ก็ทำให้เกิดรายได้ขึ้นมา
หรือบางคนเป็นเด็กเรียนเก่ง ชอบอ่านหนังสือติวให้เพื่อนมาตลอด ก็อาจจะไปเป็นติวเตอร์ หาสถานที่เปิดสอนหนังสือ หรือรับสอนการบ้านให้กับเด็กนักเรียนประถม มัธยม ถ้าสอนดี ๆ เก่ง ๆ ก็จะมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาได้
หรือบางคนมีรสนิยมในการแต่งหน้า ชอบซื้อชอบลองเครื่องสำอางค์ยี่ห้อต่าง ๆ  ก็สามารถมารับแต่งหน้าให้กับผู้หญิงหรือขายเครื่องสำอางค์ไปด้วยก็ยังได้
หรือบางคนชอบทำขนม ตอนแรกก็อาจลองทำกินเอง แต่พอทำไปทำมาคนเริ่มชมว่าอร่อย ก็อาจเปิดบ้านเป็นร้านทำขนมจนอาจขยายเป็นร้านเบอเกอรี่ก็ได้
หรือแม้แต่เรื่องเล็กๆน้อยๆ เช่น บางคนชอบสะสมของเล่น อย่างพวกโมเดล ซึ่งมีราคาแพงมากในตอนนี้ ก็อาจจะมาเปิดร้านค้าขายของทางอินเตอร์เนต หรือเปิดเว็บไซต์ขึ้นมาเองเพื่อขายของที่เราสะสมมา
ดังนั้น ขอให้เรากล้าก่อนที่เพื่อจะได้เริ่มต้นธุรกิจ แม้ตอนแรกดูเหมือนจะไม่มีอะไรมากมาย แต่ถ้าเราปรับปรุงธุรกิจของเราไปเรื่อย ๆ [...]


No related posts.

Related posts brought to you by <a href='http://mitcho.com/code/yarpp/'>Yet Another Related Posts Plugin</a>.]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-63" title="small-business-collage" src="http://www.webicreate.com/wp-content/uploads/2010/02/small-business-collage.jpg" alt="small-business-collage" width="329" height="254" />ธุรกิจมากมายที่ประสบความสำเร็จ ส่วนใหญ่ก็ค่อย ๆ เริ่มต้นจากเล็ก ๆ น้อย ๆก่อน ทำอะไรที่เราชอบและมีความชำนาญ ค่อยๆ เริ่มต้นทีละนิด จะได้ควบคุมได้ง่าย หากมีอะไรผิดพลาดขึ้นมาก็จะพอแก้ไขปรับเปลี่้ยนได้ทัน</p>
<p>ยกตัวอย่างเช่น บางคนอาจจะเก่งในการซ่อมคอมพิวเตอร์ ตอนแรก ๆ ก็ซ่อมให้กับเพื่อน ๆ ที่รู้จักกัน แต่พอคนเริ่มรู้เยอะว่าเราเก่งในการซ่อมคอมพิวเตอร์ ก็อาจจะมีคนมาให้ช่วยเยอะขึ้น ๆ เริ่มรู้จักคนเยอะขึ้น เพราะใคร ๆ ก็มีคอมพิวเตอร์กันหมดแล้ว ก็ทำให้เกิดช่องทางในการทำธุรกิจได้ อาจจะไปรับซ่อมคอมพิวเตอร์หรือซ่อมโน๊ตบุ๊คในหมู่บ้าน ในมหาวิทยาลัย ก็ทำให้เกิดรายได้ขึ้นมา<span id="more-61"></span></p>
<p>หรือบางคนเป็นเด็กเรียนเก่ง ชอบอ่านหนังสือติวให้เพื่อนมาตลอด ก็อาจจะไปเป็นติวเตอร์ หาสถานที่เปิดสอนหนังสือ หรือรับสอนการบ้านให้กับเด็กนักเรียนประถม มัธยม ถ้าสอนดี ๆ เก่ง ๆ ก็จะมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาได้</p>
<p>หรือบางคนมีรสนิยมในการแต่งหน้า ชอบซื้อชอบลองเครื่องสำอางค์ยี่ห้อต่าง ๆ  ก็สามารถมารับแต่งหน้าให้กับผู้หญิงหรือขายเครื่องสำอางค์ไปด้วยก็ยังได้</p>
<p>หรือบางคนชอบทำขนม ตอนแรกก็อาจลองทำกินเอง แต่พอทำไปทำมาคนเริ่มชมว่าอร่อย ก็อาจเปิดบ้านเป็นร้านทำขนมจนอาจขยายเป็นร้านเบอเกอรี่ก็ได้</p>
<p>หรือแม้แต่เรื่องเล็กๆน้อยๆ เช่น บางคนชอบสะสมของเล่น อย่างพวกโมเดล ซึ่งมีราคาแพงมากในตอนนี้ ก็อาจจะมาเปิดร้านค้าขายของทางอินเตอร์เนต หรือเปิดเว็บไซต์ขึ้นมาเองเพื่อขายของที่เราสะสมมา</p>
<p>ดังนั้น ขอให้เรากล้าก่อนที่เพื่อจะได้เริ่มต้นธุรกิจ แม้ตอนแรกดูเหมือนจะไม่มีอะไรมากมาย แต่ถ้าเราปรับปรุงธุรกิจของเราไปเรื่อย ๆ สักวันหนึ่งมันก็จะโตขึ้น ๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ค่อย ๆ เรียนรู้เดี๋ยวก็ชำนาญจนสามารถขยายกิจการได้เอง</p>
<script type="text/javascript" class="owbutton" src="http://onlywire.com/button" title="หาธุรกิจที่เราพอทำได้" url="http://www.webicreate.com/business/%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/"></script>

<p>No related posts.</p>
<p>Related posts brought to you by <a href='http://mitcho.com/code/yarpp/'>Yet Another Related Posts Plugin</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.webicreate.com/business/%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เริ่มต้นสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจด้วยการคิดได้</title>
		<link>http://www.webicreate.com/business/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.webicreate.com/business/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 11 Feb 2010 16:04:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[business]]></category>
		<category><![CDATA[own business]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เจ้าของธุรกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.webicreate.com/?p=1</guid>
		<description><![CDATA[ คนหลายคนมักถูกสอนมาตั้งแต่เด็ก ๆ ว่า ให้เราตั้งใจเรียนดี ๆ โตขึ้นจะได้มีงานดี ๆ ทำ  และหลายคนก็ตั้งใจเรียนด้วยความมุมานะกับการเรียนการศึกษาของเมืองไทยที่ยัดเยียดเนื้อหาให้เด็กเรียนจนแทบจะต้มหนังสือกินกัน  ยอมรับครับว่าเด็กไทยเรียนเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก เพราะโรงเรียนสอนแทบทุกอย่าง แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้สอนให้เด็กรู้จักตัวเอง กว่าที่คนแต่ละคนจะค้นพบตัวตนที่แท้จริงของตัวเองได้ก็เรียนจบมหาวิทยาลัยไปเสียแล้ว หรือเรียนจบไปแล้วก็ยังค้นพบตัวเองไม่เจอก็มีให้เห็นเยอะแยะไปจริงมั๊ยครับ
ปัจจุบันนี้คนเริ่มหันมาสนใจทำ&#8221;ธุรกิจ&#8221;กันมากขึ้น  เพราะอาจจะไปค้นพบว่างานประจำที่เราคิดว่าจะเป็นที่พึ่งสุดท้ายในชีวิตมันกลับไม่ดีตามที่คิดอย่างที่เราถูกสอนไว้เหมือนตอนเด็ก ๆ  และช่วงเวลาที่เศรษฐกิจย่ำแย่ หลาย ๆ บริษัทก็เริ่มปลดพนักงานออก ตัดโบนัส ตัดเงินเดือน ตัดโน่นตัดนี่ ตัดจนไม่มีอะไรจะให้ตัดอีกแล้ว ใบทรานสริปต์ที่เคยภาคภูมิใจตอนนี้มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ก็เลยเริ่มคิดถึงคำๆนึง &#8220;เจ้าของธุรกิจ&#8221;  เฮ้ย &#8220;เจ้าของธุรกิจนี่แหละ ใช่เลย&#8221; ถ้าเราใหญ่ที่สุดในที่ทำงานใครมันจะมาตัดเงินเดือนเราได้ล่ะ  ตอนนี้แววตาเริ่มมีประกายแว้บ ๆ
แต่แล้วฟ้าก็เริ่มกลับมามืดครึ้มอีกครั้ง เพราะว่าคิดได้แค่คำว่า &#8220;เจ้าของธุรกิจ&#8221; แต่ไม่รู้ว่าจะเป็น&#8221;เจ้าของธุรกิจ&#8221;อะไรดี ??????  เิริ่มนึกย้อนกลับไปว่าตอนเด็ก ๆ เราชอบทำอะไรมั่งหว่า &#8220;อืมม&#8230;ตอนเด็ก ๆ ชอบอ่านหนังสือเรียน  พออ่านหนังสือเรียนเสร็จก็ไปเรียนพิเศษต่อ พอเรียนเสร็จก็กลับมาบ้านมาอ่านหนังสือเรียนต่อ เอ..ทำไมมีแค่นี้หว่า ??
หรือจะไปทำธุรกิจเกี่ยวกับการสอนหนังสือเป็นติวเตอร์ดีนะ แต่ว่าจะยังจำบทเรียนได้มั๊ยเนี่ย เพราะปกติออกจากห้องสอบก็ลืมแล้วอ่ะ T T &#8221;
นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นว่าอยากจะเป็น &#8220;เจ้าของธุรกิจ&#8221; แต่ว่าไม่รู้จะเป็น&#8221;เจ้าของธุรกิจ&#8221;อะไรดี [...]


No related posts.

Related posts brought to you by <a href='http://mitcho.com/code/yarpp/'>Yet Another Related Posts Plugin</a>.]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-56" title="student" src="http://www.webicreate.com/wp-content/uploads/2010/02/student.jpg" alt="student" width="333" height="188" /> คนหลายคนมักถูกสอนมาตั้งแต่เด็ก ๆ ว่า ให้เราตั้งใจเรียนดี ๆ โตขึ้นจะได้มีงานดี ๆ ทำ  และหลายคนก็ตั้งใจเรียนด้วยความมุมานะกับการเรียนการศึกษาของเมืองไทยที่ยัดเยียดเนื้อหาให้เด็กเรียนจนแทบจะต้มหนังสือกินกัน  ยอมรับครับว่าเด็กไทยเรียนเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก เพราะโรงเรียนสอนแทบทุกอย่าง แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้สอนให้เด็กรู้จักตัวเอง กว่าที่คนแต่ละคนจะค้นพบตัวตนที่แท้จริงของตัวเองได้ก็เรียนจบมหาวิทยาลัยไปเสียแล้ว หรือเรียนจบไปแล้วก็ยังค้นพบตัวเองไม่เจอก็มีให้เห็นเยอะแยะไปจริงมั๊ยครับ<span id="more-1"></span></p>
<p>ปัจจุบันนี้คนเริ่มหันมาสนใจทำ&#8221;ธุรกิจ&#8221;กันมากขึ้น  เพราะอาจจะไปค้นพบว่างานประจำที่เราคิดว่าจะเป็นที่พึ่งสุดท้ายในชีวิตมันกลับไม่ดีตามที่คิดอย่างที่เราถูกสอนไว้เหมือนตอนเด็ก ๆ  และช่วงเวลาที่เศรษฐกิจย่ำแย่ หลาย ๆ บริษัทก็เริ่มปลดพนักงานออก ตัดโบนัส ตัดเงินเดือน ตัดโน่นตัดนี่ ตัดจนไม่มีอะไรจะให้ตัดอีกแล้ว ใบทรานสริปต์ที่เคยภาคภูมิใจตอนนี้มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ก็เลยเริ่มคิดถึงคำๆนึง &#8220;เจ้าของธุรกิจ&#8221;  เฮ้ย &#8220;เจ้าของธุรกิจนี่แหละ ใช่เลย&#8221; ถ้าเราใหญ่ที่สุดในที่ทำงานใครมันจะมาตัดเงินเดือนเราได้ล่ะ  ตอนนี้แววตาเริ่มมีประกายแว้บ ๆ</p>
<p>แต่แล้วฟ้าก็เริ่มกลับมามืดครึ้มอีกครั้ง เพราะว่าคิดได้แค่คำว่า &#8220;เจ้าของธุรกิจ&#8221; แต่ไม่รู้ว่าจะเป็น&#8221;เจ้าของธุรกิจ&#8221;อะไรดี ??????  เิริ่มนึกย้อนกลับไปว่าตอนเด็ก ๆ เราชอบทำอะไรมั่งหว่า &#8220;อืมม&#8230;ตอนเด็ก ๆ ชอบอ่านหนังสือเรียน  พออ่านหนังสือเรียนเสร็จก็ไปเรียนพิเศษต่อ พอเรียนเสร็จก็กลับมาบ้านมาอ่านหนังสือเรียนต่อ เอ..ทำไมมีแค่นี้หว่า ??</p>
<p>หรือจะไปทำธุรกิจเกี่ยวกับการสอนหนังสือเป็นติวเตอร์ดีนะ แต่ว่าจะยังจำบทเรียนได้มั๊ยเนี่ย เพราะปกติออกจากห้องสอบก็ลืมแล้วอ่ะ T T &#8221;</p>
<p>นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นว่าอยากจะเป็น &#8220;เจ้าของธุรกิจ&#8221; แต่ว่าไม่รู้จะเป็น&#8221;เจ้าของธุรกิจ&#8221;อะไรดี ดังนั้นเราก็คงต้องค้นพบตัวเองให้เจอ ว่าเราเป็นคนแบบไหน ชอบทำอะไรบ้างในแต่ละวัน เพราะการทำ&#8221;ธุรกิจ&#8221;ก็เหมือนกับการเราเลือกใครสักคนมาแต่งงานด้วย จะต้องคลุกคลีหมกมุ่นกับ&#8221;ธุรกิจ&#8221;นั้นทุกวันเรื่อยไปและหวังว่าจะอยู่กับ&#8221;ธุรกิจ&#8221;นั้นให้ได้นานที่สุด คงไม่มีใครอยากทำ&#8221;ธุรกิจ&#8221;แค่ปีสองปีแล้วก็เลิกหรอกนะ  นั่นเป็นเหตุให้ต้องเลือกดี ๆ เลย เหมือนเลือกคู่ครองอย่างนั้นเลย</p>
<p>งั้นหลังจากที่เริ่มคิดได้แล้วว่าจะเริ่มเป็น&#8221;เจ้าของธุรกิจ&#8221;  ก็คิดต่อไปให้ได้ว่าจะเป็น&#8221;เจ้าของธุรกิจอะไร&#8221; จากการค้นหาตัวเองให้เจอสำคัญมากครับ</p>
<p>รูปภาพจาก : อินเตอร์เนต</p>
<script type="text/javascript" class="owbutton" src="http://onlywire.com/button" title="เริ่มต้นสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจด้วยการคิดได้" url="http://www.webicreate.com/business/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/"></script>

<p>No related posts.</p>
<p>Related posts brought to you by <a href='http://mitcho.com/code/yarpp/'>Yet Another Related Posts Plugin</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.webicreate.com/business/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
